27 มกราคม 2558

Exercise2 - Use web-based tool

    Exercise ที่ 2 เป็นการทดลองและเปรียบเทียบเครื่องมือที่ใช้สร้าง Graph และ Chart โดยใช้ข้อมูลง่ายๆ ซึ่งในที่นี้ได้ใช้นำข้อมูลการใช้เวลาใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง เช่นเดียวกับ Exercise 1 มาเป็นข้อมูลที่จะมาแสดง ซึ่งโจทย์กำหนดให้ใช้เครื่องมือดังนี้


  • Web-base Tools
  • Google Charts
  • Other Tools

 
รูปที่ 1 : ตารางข้อมูลที่นำมาใช้แสดง

Web-based Tools

    Web-based Tools  หมายถึง เครื่องมือที่มีการทำงานผ่านทาง Web browser อย่าง Internet Explorer, Chrome, Firefox และอื่นๆ ซึ่งต้องอาศัยการเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ตในการใช้งาน
    โดย web-based tools ที่ใช้ในการสร้าง Chart และ กราฟมีหลากหลาย web site ให้เลือกใช้งาน เช่น Datawrapper , RAW , Many eyes และ Plotly เป็นต้น ซึ่งในการทดสอบนี้ ได้เลือก RAW มาใช้งาน

    RAW

 
รูปที่ 2 : แสดงหน้า homepage ของ RAW web-based

     เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจัดการข้อมูลที่ต้องการจะนำมาแสดงผล โดยเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่าง spreadsheets และ vector graphics

    * vector graphics เป็นการนำข้อมูลมาประมวลผลผ่านชุดคำสั่งทางคณิตศาสตร์ เพื่อสร้างภาพดิจิตอล 2 หรือ 3 มิติ


รูปที่ 3 : แสดงหน้า Features ของ Raw web-based


รูปที่ 4 : เป็นส่วนในการเพิ่มข้อมูลที่ต้องการนำไปแสดงผล



รูปที่ 5 : แสดงการ upload ไฟล์ *.csv ลงใน RAW



รูปที่ 6 : ข้อมูลที่ต้องการแสดงผล



รูปที่ 7 : การแสดงผลข้อมูลแบบต่างๆ



รูปที่ 8 : การจัดการรูปข้อมูลที่จะใช้ในการแสดงผล



รูปที่ 9 : การแสดงผลข้อมูลที่ได้จาก RAW

Google Charts

    Google charts เป็นเครื่องมือในการสร้าง graph หรือ charts โดยการให้บริการของ Google ที่ใช้งานได้พรี พัฒนาจาก JavaScript สามารถสร้างการแสดงผลข้อมูลออกมาได้หลากหลายรูปแบบ ทั้ง Bar Charts , Pie Chart ,Histograms และอื่นๆอีกมากมาย พร้อมทั้งคำแนะนำการใช้งานและตัวอย่าง

ตัวอย่างโค้ดที่ใช้ในการสร้าง Pie Chart 3D ของ Google Charts


<html>
  <head>
    <script type="text/javascript" src="https://www.google.com/jsapi"></script>
    <script type="text/javascript">
      google.load("visualization", "1", {packages:["corechart"]});
      google.setOnLoadCallback(drawChart);
      function drawChart() {
        var data = google.visualization.arrayToDataTable([
          ['Task', 'Hours per Day'],
          ['Working',     5],
          ['Sleeping',      8],
          ['Surfing',  3],
          ['Watching TV', 2],
          ['Reading',    0.25],
          ['Relaxing',   2.5],
          ['Other',    3.25]
        ]);

        var options = {
          title: 'Time Usage',
          is3D: true,
        };

        var chart = new google.visualization.PieChart(document.getElementById

('piechart_3d'));
        chart.draw(data, options);
      }
    </script>
  </head>
  <body>
    <div id="piechart_3d" style="width: 900px; height: 500px;"></div>
  </body>
</html>



รูปที่ 10 : Pie Chart ที่ได้จากการใช้ Google chart API



 

Other Tools


        ในการนำข้อมูลมาแสดงผลเป็น graph หรือ chart นั้นยังมีเครื่องมือื่นๆให้เลือกใช้อีกมากมาย ซึ่งในที่นี้ได้เลือกเครื่องมือที่มีชื่อว่า jschart เป็นเครื่องมือที่มีทั้งเป็นโปรแกรมให้ Download และ ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ และ ใช้งาน Online ผ่าน web browser

    JScharts
 
 
รูปที่ 11 : หน้าเว็บไซต์ส่วนที่ให้ผู้ใช้เลือกรูปแบบการแสดงข้อมูล



รูปที่ 12 : ส่วนที่เป็น Editor ของ JScharts Online



รูปที่ 13 : แสดงการใส่ข้อมูลที่ต้องการแสดงผล




รูปที่ 14 : Pie Chart ที่ได้จากการใช้ JSchart Online







Reference:

     WEB-BASE อนาคตใหม่ในการใช้งานโปรแกรม
     Vector graphics คืออะไร










18 มกราคม 2558

Exercise1 - Chart & Graph Generator | Tool

    ใน Exercise 1 จะเป็นการทดลองและเปรียบเทียบเครื่องมือที่ใช้สร้าง Graph และ Chart โดยใช้ข้อมูลง่ายๆ ซึ่งในที่นี้ได้ใช้นำข้อมูลการใช้เวลาใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง มาเป็นข้อมูลที่จะมาแสดง ซึ่งโจทย์กำหนดให้ใช้เครื่องมือดังนี้

    - Spreed Sheet
    - Processing.js
    - เครื่องมืออื่นๆ


ตารางข้อมูลที่นำมาใช้

รูปที่ 1.1 ตารางการใช้เวลาใน 1 วัน




Spreed Sheet


    spreed sheet เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการคำนวณ ซึ่งใช้ได้ทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเลข และตัวอักษร สามารถหาผลลัพธ์ได้ในลักษณะของ column หรือ row โดยใช้การ บวก ลบ คูณ หาร เพื่อให้ได้ค่าออกมา นอกจากการคำนวณแล้ว ยังสามารถนำข้อมูลไปแสดงผลในรูปแบบของตารางและกราฟได้ 
    สำหรับการทดลองเครื่องมือในกลุ่มของ Spreed Sheet นั้น ได้เลือก Microsoft Excel มาทดลอง เพราะเป็นเครื่องมือเบื้องต้นที่มีอยู่ในแทบทุกเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows

    Microsoft Excel


1.2 ลักษณะของโปรแกรม Microsoft Excel

คุณสมบัติของ Microsoft Excel

    1. Microsoft Excel สามารถคำนวณได้โดยการป้อนสูตรทางคณิตศาสตร์ ที่มีตั้งแต่การคำนวณพิ้นฐานอย่าง บวก ลบ คูณ หาร ไปจนถึงสูตรคำนวณที่ซับซ้อนขึ้นอย่างการหาค่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั้งค่า Max ,Min เป็นต้น
    2. การสร้างฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ ที่ช่วยในการคำนวณที่ซับซ้อน เช่น ฟังก์ชันที่เกี่ยวกับการเงิน หรือบัญชี
    3. สามารถนำข้อมูลที่ป้อนในตารางไปสร้างเป็นกราฟได้
    4. ความสามารถในการตกแต่งตารางข้อมูล หรือกราฟ เพื่อให้การแสดงผลที่เข้าใจง่ายและสวยงาม
    5. สามารถคัดเลือกข้อมูลที่ต้องการออกมาวิเคราะห์หรือสร้างกราฟได้




การทดลองใช้ Microsoft Excel โดยใช้ข้อมูลในรูปที่ 1.1


รูปที่ 1.3 ลักษณะของโปรแกรม Excel

    ในรูปที่ 1.3 เป็นการป้อนข้อมูลลงในตารางของ Microsoft Excel โดยจะแบ่งออกเป็น 2 column ได้แก่ Activity และ Time Usage มีหน่วยเป็น hr หรือ ชั่วโมง 
    ส่วนของ Activity จะเป็นกิจกรรมคร่าวๆใน หนึ่งวัน ได้แก่ การนอน อ่านหนังสือ เล่นอินเตอร์เน็ต ดูทีวี ผ่อนคลาย และกิจกรรมอื่นๆ 
     อีก column หนึ่ง คือ Time Usage จะเป็นส่วน ที่ใช้แสดงระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละกิจกรรมนั้นๆ ซึ่งเมื่อนำมารวมกันแล้วต้องได้ 24 ชั่วโมง จึงได้นำ ชั่วโมงที่ใช้ไปมาบวกกันด้วยวิธีเบื้องต้นของ Microsoft Excel โดยการใช้สูตร =SUM(B2:B8) หมายถึงการนำข้อมูลในเซลล์ B2 ถึง B8 มาบวกกัน หรือ คลิ๊กเซลล์ใน colum ที่ต้องการบวก แล้วเลือกผลรวมอัตโนมัติใน แถบเครื่องมือ


1.4 นำข้อมูลที่ป้อนในตารางไปสร้าง Bar Graph 

    รูปที่ 1.4 แสดงกราฟที่ได้จากข้อมูลที่ป้อนลงในตาราง excel ซึ่งสามารถตบแต่งสีสัน และการแสดงข้อมูลได้ โดยเลือกจากแถบเครื่องมือที่มีให้ใน excel


1.5 นำข้อมูลที่ป้อนในตารางไปสร้างเป็น chart

    รูปที่ 1.5 แสดง chart ที่ได้จากข้อมูลเดิม ซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการแสดงข้อมูลของ Microsoft Excel


    จากการทดลองใช้ Microsoft Excel พบว่าเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย และมีคุณสมบัติเหมาะกับการนำไปใช้ในการแสดงผลข้อมูล ซึ่งจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับข้อมูลที่มี เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและการนำไปใช้งานต่อ  อีกทั้งยังมีรูปแบบของ graph และ chart ต่างๆให้เลือกมากมาย ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและการนำเสนอข้อมูลที่ดูสวยงาม



Processing.js





ตัวอย่างโค้ดที่นำมาใช้


size(200, 200);

background(100);

smooth();

strokeWeight(1);



int diameter = 150;

float[] angs = {120,3.75,45,30,75,37.5,48.75};

float lastAng = 0;



for (int i=0; i<angs.length; i++){

  fill(angs[i] * 3.0);

  arc(width/2, height/2, diameter, diameter, lastAng, lastAng+radians(angs[i]));

  lastAng += radians(angs[i]);  

}




Infogram


    Infogr.am หรือ Infogram เป็นเว็บแอปพลิเคชั่นที่ช่วยในการแสดงข้อมูล(Data Visualization) ด้วย infographic และ chart ซึ่งองค์กรที่จัดทำ Infogram นั้นได้รับรางวัลต่างๆมากมายในช่วงเวลาสั้นๆ

คุณสมบัติของ Infogram

    1. มีความรวดเร็วในการใช้งาน
    2. สามารถแบ่งปันข้อมูลที่จัดทำออกมาเป็นรูปแบบต่างๆ ผ่านโซเชียล
    3. การแสดงข้อมูลที่ได้มานั้นง่ายต่าความเข้าใจ
    4. สามารถใช้งานได้ทั้งบน PC และสมาร์ทโฟน
    5. รองรับผู้ใช้ในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงระดับองค์กรสื่อ


การทดลองใช้ Infogram โดยใช้ข้อมูลในรูปที่ 1.1




   
    การเข้าใช้งาน Infogram จะต้องเลือกรูปแบบการใช้งานให้เหมาะสม ดังแสดงในรูป สำหรับการทดลองในที่นี้ใช้จะเลือกการใช้งานในระดับเบสิค ซึ่งมี feature ดังนี้
    - มีรูปแบบแสดงผลให้เลือกกว่า 30 แบบ
    - ง่ายต่อการแก้ไขข้อมูล
    - สามารถ import ไฟล์ XLS,XLSX และ CSV
    - เผยแพร่ข้อมูลออนไลน์ได้

   โดยการใช้งานในระดับเบสิคนั้นจะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่จะต้องมีการลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบในการใช้งาน




    จากรูปจะเป็นส่วนที่ให้ผู้ใช้เลือกว่าจะทำอะไร หลังจาก log in โดยในที่นี้จะเห็นได้ว่ามีสามส่วนหลักๆ ได้แก่ ส่วน Create ใช้สำหรับสร้าง chart, graph หรือแม้กระทั่ง map, ส่วนที่สอง My Library เป็นส่วนที่บันทึกผลงานที่เราสร้างขึ้น และส่วนที่สาม คือ Update to Pro ซึ่งจะมีไว้ให้ผู้ใช้อัปเดทระดับการใช้งาน





    หลังจากที่เลือก Create ทาง Infogram จะมี theme หรือรูปแบบให้เลือกมากมาย ทำให้สะดวกและไม่ต้องออกแบบเอง





    เมื่อเลือก theme ได้แล้วลักษณะเบื้องต้นจะเป็นดังรูป ซึ่งในส่วนหัวข้อสามารถที่จะแก้ใขให้ได้ข้อความตามที่ต้องการ





    ขั้นตอนต่อมาคือการเพิ่มข้อมูลลงไป เพื่อสร้าง Graph ขึ้นมา ในที่นี้เลือกการแสดงข้อมูลในรูปแบบของ Bar Chart จะเห็นได้ว่าในการเพิ่มข้อมูลจะมีตารางให้คล้ายกับ Microsoft Excel




        จากรูป เป็นการแสดงผลข้อมูลในรูปแบบของ Bar Chart




    หากต้องการจะเพิ่มการแสดงผลข้อมูลในรูปแบบอื่นๆอีก ก็สามารถเลือกได้จากแถบเครื่องมือในด้านขวามือ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ



     ในรูป การแสดงผลข้อมูลในลักษณะของ Bar Chart



     จากการทดลองใช้ Infogram จะเห็นได้ว่า Infogram สามารถนำข้อมูลไปแสดงผลได้ค่อยข้างสะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งยังมีรูปแบบที่สวยงามทันสมัย แต่มีข้อจำกัดทางด้านการคำนวณ และการแสดงข้อมูลที่อาจจะไม่ได้บอกถึงจำนวนที่แน่ชัด อย่างในรูปแบบของ Chart ที่ไม่ได้แสดงผลเป็นตัวเลขเป็น % จึงอาจทำให้นำข้อมูลไปใช้ไม่ได้